นครปฐม — ในช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสูง ประชาชนอาจพบ “แมลงก้นกระดก” หรือด้วงก้นกระดกบินเข้ามาในบริเวณบ้านพักอาศัย โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้แสงไฟในเวลากลางคืน คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนะนำให้ประชาชนระมัดระวังการสัมผัส และหลีกเลี่ยงการบี้หรือขยี้แมลงบนผิวหนัง
แมลงก้นกระดกมีลักษณะลำตัวยาวขนาดเล็ก มักมีสีส้มสลับดำ แม้จะไม่กัดหรือทำการต่อยมนุษย์โดยตรง แต่เมื่อถูกบี้หรือขยี้ สารระคายเคืองจากลำตัวแมลงอาจสัมผัสผิวหนังและทำให้เกิดผื่นอักเสบได้
อาการที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ผิวหนังแดง แสบ คัน มีตุ่มน้ำหรือแผลพุพองเป็นแนวยาวคล้ายรอยไหม้ โดยอาการมักปรากฏหลังสัมผัสหลายชั่วโมง และอาจพบรอยผื่นในบริเวณที่ผิวหนังสัมผัสกัน เช่น บริเวณข้อพับแขนหรือขา
ผู้ที่พบแมลงก้นกระดกเกาะตามร่างกายควรหลีกเลี่ยงการตบ ปัดแรง หรือใช้นิ้วบี้ ควรเป่าให้แมลงหลุดออก หรือใช้กระดาษเขี่ยออกอย่างเบามือ หากสงสัยว่าสัมผัสสารจากแมลง ควรรีบล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน ๆ โดยไม่ถูแรง พร้อมหลีกเลี่ยงการเกาหรือแกะตุ่มน้ำ
การป้องกันสามารถทำได้ด้วยการปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ติดตั้งมุ้งลวด ลดการเปิดไฟสว่างบริเวณใกล้หน้าต่างในช่วงกลางคืน และตรวจสอบเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว รวมถึงที่นอนก่อนใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงที่พบแมลงชุกชุม
หากมีผื่นพุพองเป็นบริเวณกว้าง มีอาการปวดบวมมาก ผื่นเกิดใกล้ดวงตา หรือพบสัญญาณการติดเชื้อ เช่น มีหนอง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว
ด้วยความห่วงใยจากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

บทความโดย จิรภาศกร โมกขสิริ ศรีปิ่นเป้า
